สาส์นจากอธิการบดีมหาวิทยาลัยพะเยา


มหาวิทยาลัยพะเยา


“ปัญญาเพื่อความเข้มแข็งของชุมชน”


ประวัติความเป็นมา

ในปี พ.ศ. 2538 มหาวิทยาลัยนเรศวรได้จัดทำโครงการกระจายโอกาสทางการศึกษาสู่จังหวัดพะเยาขึ้น ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีในสมัยนั้น ให้ก่อตั้งเป็นวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยนเรศวรเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2538 ที่ตำบลแม่กา อำเภอเมืองพะเยาจังหวัดพะเยา โดยให้ใช้ชื่อว่า "วิทยาเขตสารสนเทศพะเยา" โดยใช้อาคารเรียนของโรงเรียนพะเยาพิทยาคมเป็นอาคารเรียนชั่วคราว และเริ่มเปิดการเรียนการสอนเมื่อปี พ.ศ. 2542อย่างเป็นทางการเมื่อมหาวิทยาลัยสร้างเสร็จ ในวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2550 คณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยนเรศวรได้มีมติให้เปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัยนเรศวร วิทยาเขตสารสนเทศพะเยา เป็น "มหาวิทยาลัยนเรศวร พะเยา"เพื่อเตรียมยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยเอกเทศในอนาคตต่อไป หลังจากนั้น เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2552 และในวันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 มีการตราพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยพะเยา พ.ศ. 2553 และประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 ตามลำดับ มหาวิทยาลัยพะเยา ตั้งอยู่ที่ตำบลแม่กา อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา มีพื้นที่ประมาณ 5,700 ไร่ ตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยพะเยา แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ

1. กรอบพื้นหลังสีม่วง รูปร่างอ้างอิงมากจากหลักศิลาจารึกโบราณที่ค้นพบในเมืองพะเยา แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองของศาสตร์ต่างๆ ในเมืองพะเยาที่มีแต่โบราณ

2. สัตตภัณฑ์ เชิงเทียน 7 ยอด สำหรับจุดบูชาพระพุทธเจ้า ก่อนเริ่มประกอบพิธีกรรมทางศาสนา เปรียบเสมือนเขาสัตตบริภัณฑ์ทั้ง 7 ชั้น ที่ล้อมรอบเขาพระสุเมรุใจกลางจักรวาล ที่ตั้งของสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ที่ประทับของพระอินทร์ และประดิษฐานเจดีย์พระเกศ พระเขี้ยวแก้วของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ เปรียบดังพระพุทธเจ้าเป็นศูนย์กลางจักรวาล อีกนัยหนึ่งยังหมายถึงการสำเร็จโพชฌงค์ 7 อันเป็นธรรมะสำคัญสู่การบรรลุธรรมขั้นสูงสุด รวมความแล้วเปรียบได้กับภูมิประเทศของมหาวิทยาลัยพะเยาที่เป็นดั่งดินแดนสวรรค์ แวดล้อมไปด้วยทิวเขาเป็นชั้นๆเป็นดินแดนแห่งความสุข และเป็นศูนย์รวมแห่งปัญญาความรู้

3. อักษรย่อ มพ. อ้างอิงมาจากตัวอักษรฝักขามล้านนาที่จารึกลงบนแผ่นศิลาจารึกที่ค้นพบในเมืองพะเยา




คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา


“เภสัชกรรมเชี่ยวชาญ บริการชุมชน เปี่ยมล้นคุณธรรม”


ประวัติความเป็นมา

คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร พะเยา จัดการเรียนการสอนที่พะเยาทั้งหมด 6 ปี สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็น "คณะเภสัชศาสตร์" ในวันที่ 1 ตุลาคม 2553 ปัจจุบันเปิดการเรียนการสอนเป็น 2 สาขาวิชาได้แก่ สาขาบริบาลเภสัชกรรม และสาวิชาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง

วิสัยทัศน์

คณะเภสัชศาสตร์มุ่งเน้นการผลิตเภสัชกรที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวิชาชีพควบคู่ไปกับความมีคุณธรรม จริยธรรมเพื่อร่วมพัฒนาชุมชน

ปรัชญา

สร้างเภสัชกรที่มีความรู้และทักษะที่ได้มาตรฐานวิชาชีพ สามารถวิเคราะห์ สังเคราะห์ และประยุกต์องค์ความรู้ได้ เสริมสร้างนิสิต ให้เป็นผู้ที่ใฝ่รู้ มีคุณธรรม และคุณลักษณะเป็นผู้นำปรับตัวได้เหมาะสมกับงาน และผู้ร่วมงาน ทำนุบำรุง และสืบสานศิลปวัฒนธรรมที่ดีงาม ให้กลมกลืนเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตและการทำงานในองค์กรบุกเบิกองค์ความรู้ใหม่ และบูรณาการองค์ความรู้เพื่อประโยชน์ของสังคม ถ่ายโอนองค์ความรู้กับสาธารณะเพื่อช่วยพัฒนาสังคมไทยไปสู่การพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน เป็นพันธมิตรที่เข้มแข็งกับองค์กรวิชาชีพ องค์กรรัฐ และ องค์กรอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อพัฒนามาตรฐานวิชาชีพระบบยา และระบบสาธารณสุขให้สามารถ พึ่งตนเองได้อย่างมั่นคง




หน่วยการเรียนรู้ด้านการสกัดน้ำมันจากสมุนไพร

คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา


ประวัติความเป็นมา

ในปี 2554 ไข้เลือดออกได้ระบาดไปยังประเทศต่างๆ กว่าร้อยประเทศทั่วโลกและได้มีสถิติว่าจังหวัดพะเยามีการระบาดสูงสุดในประเทศ การระบาดเป็นไปอย่างต่อเนื่องในประเทศไทยและเพิ่มขึ้นมากกว่า 20% ในปี พ.ศ. 2556 ปัจจุบันมีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกประมาณ 120,404 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 10 กันยายน 2556) มีผู้เสียชีวิตแล้ว 108 ราย คิดเป็นอัตราเสียชีวิตต่อแสนประชากรได้ 0.17 จังหวัดพะเยามีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก 875 รายคิดเป็นอัตราการเป็นโรคต่อแสนประชากรสูงถึง 175.57 แต่จำนวนผู้เสียชีวิตเป็น 0 ราย จึงนับว่าเป็นปัญหาของโลกและของจังหวัดด้วยเช่นกัน

กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายในการป้องกันไข้เลือดออกโดยเน้นการลดเสียชีวิตของผู้ติดเชื้อโดยให้มีการตรวจรับและส่งต่อผู้ป่วยไปยังแพทย์อย่างรีบด่วน และลดอัตราการแพร่ระบาดโดยเร่งกำจัดยุงลายซึ่งเป็นพาหะของโรค

คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา ได้ทบทวนการใช้สารเคมีเพื่อกำจัดยุงและลูกน้ำที่เป็นต้นเหตุของการระบาด เช่น DDT และ Abate Sand Granule ซึ่งนับว่าได้ผลดี แต่ยังมีความเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยในระยะยาว นักวิจัยจึงได้พยายามศึกษาค้นคว้าเพื่อหาพืชสมุนไพรมาทดแทนการใช้สารเคมีซึ่งมีความก้าวหน้าไปจนถึงขั้นที่สามารถประดิษฐ์เครื่องสกัดร้อน นำมาสกัดน้ำมันและสารสกัดต่างๆ เพื่อใช้ประโยชน์และได้นำเสนอในการประชุมวิชาการนานาชาติ เรื่อง “สถานการไข้เลือดออกและแนวทางการป้องกัน” ซึ่งจัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยพะเยามสนับสนุนจากกระทรวงอุตสาหกรรม ให้ดำเนินโครงการ “เสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่ (New Entrepreneurs Creation – NEC) และธุรกิจใหม่ (New Business Creation – NBC)” มีการสร้างผู้ประกอบการายใหม่หลายราย คุณดุสิต อภิจิต เจ้าของ “ไร่ชาวดิน” เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการเหล่านั้น

คณาจารย์ของคณะเภสัชศาสตร์ได้บูรณาการ โครงการสมุนไพรทดแทนสารเคมีไล่ยุงเข้ากับโครงการพัฒนาผู้ประกอบการให้เป็นการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนพบว่าเป็นโครงการที่สอดคล้องกับเป้าหมายของโรตารีสากล สโมสรโรตารีพะเยาได้ขอสนับสนุนจากมูลนิธิโรตารีของโรตารีสากลและได้รับการสนับสนุนกองทุนระดับโลกหมายเลข 26107 เป็นโครงการป้องกันไข้เลือดออกจึงจัดให้โครงการสมุนไพรทดแทนสารเคมีไล่ยุงเป็นส่วนหนึ่งในโครงการดังกล่าว

นอกจากนี้สโมสรโรตารี Kobe South ประเทศญี่ปุ่น ได้ร่วมกับสโมสรโรตารีพะเยาจัดหาทุนจากกองทุนสมทบระดับภาคหมายเลข 1413316 สนับสนุนจัดหาเครื่องสกัดร้อน สามารถใช้สกัดน้ำมันจากสมุนไพร จำนวน 5 เครื่อง เพื่อพัฒนาอาชีพให้แก่เกษตรกรในจังหวัดพะเยา

การสนับสนุนทั้งหมดนี้คณะเภสัชศาสตร์นำมาบูรณาการให้เป็นการพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ด้านการสกัดน้ำมันจากสมุนไพร โดย คุณดุสิต อภิจิต (เจ้าของบ้านไร่ชาวดิน) ผู้ประกอบการใหม่นักลงทุนใหม่และผู้สร้างธุรกิจใหม่จากโครงการ NEC-NBC ได้รับการถ่ายทอดความรู้การสกัดน้ำมันจากตะไคร้หอมจากคณะเภสัชศาสตร์ภายใต้การดูแลของ รองศาสตราจารย์.ดร.บุษบง จำเริญดารารัศมีและ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มาลีรักษ์ อัตต์สินทอง จนกระทั่งสามารถสกัดน้ำมันจากสมุนไพรหลายชนิด และพัฒนาต่อยอดให้เป็นผลิตภัณฑ์ชนิดต่างๆสามารถนำมาเป็นธุรกิจใหม่ได้เป็นอย่างดีในขณะเดียวกันสามารถเป็นสถานที่เรียนรู้ในชุมชนให้แก่นิสิตคณะเภสัชศาสตร์ได้เป็นอย่างดียิ่งคณะเภสัชศาสตร์จึงได้ร่วมพัฒนา “ไร่ชาวดิน” แห่งนี้ให้เป็นหน่วยการเรียนรู้ด้านการสกัดน้ำมันจากสมุนไพร ศูนย์ที่ 1 และมีแนวคิดที่จะพัฒนาหน่วยการเรียนรู้เพื่อต่อยอดขึ้นอีก 2 ศูนย์ ในระยะเวลา 5 ปี

คณะฯ ได้จัดกิจกรรมหลากหลายครอบคลุมพื้นที่ต่างๆ โดยได้รับความสนับสนุนจากองค์กรต่างๆ เพื่อหาต้นแบบในการควบคุมโรคไข้เลือดออกที่มีประสิทธิภาพเพื่อประยุกต์ใช้ในท้องถิ่นของตนเองและท้องถิ่นอื่น ทั้งภายในและนอกประเทศ และจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ด้านการสกัดน้ำมันจากสมุนไพร ถ่ายทอดความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติแก่เกษตรกร ผู้ประกอบการ ให้สามารถสกัดน้ำมันหอมระเหยจากสมุนไพรเพื่อใช้ประโยชน์ทดแทนสารเคมีไล่ กำจัดยุง หรือประโยชน์อื่น และพัฒนาให้เป็นธุรกิจ

นอกจากนี้คณะเภสัชศาสตร์ยังได้มีการนำเสนอข้อมูลทางวิชาการด้านการใช้สมุนไพรทดแทนสารเคมีไล่ยุงในการประชุมวิชาการนานาชาติ มหาวิทยาลัยพะเยา ปี 2557 ที่ผ่านมา โดยได้รับความสนใจจากหลายภาคส่วนทั้งภายในและต่างประเทศ เพื่อเข้ามาศึกษาเรียนรู้และฝึกอบรมหลักสูตรการสกัดน้ำมันจากตะไคร้หอม ณ หน่วยการเรียนรู้ฯ ซึ่งถือเป็นการสร้างเครือข่ายด้านวิชาการอีกทางหนึ่งที่ควรได้รับการสนับสนุนต่อไป

การดำเนินกิจกรรมของหน่วยการเรียนรู้ฯ นอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อการเรียนการสอนที่ทำให้นิสิตได้ศึกษาจากสภาพจริงร่วมกับชุมชน เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยและถ่ายทอดความรู้ ได้รับความสนใจจากหลายภาคส่วนทั้งภายในและต่างประเทศ เพื่อเข้ามาศึกษาเรียนรู้และฝึกอบรมหลักสูตรการสกัดน้ำมันจากตะไคร้หอม ณ หน่วยการเรียนรู้ฯ ซึ่งถือเป็นการสร้างเครือข่ายด้านวิชาการอีกทางหนึ่ง อีกทั้งยังเป็นประโยชน์แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นการส่งเสริมให้ประชาชนมีความตื่นตัวด้านการดูแลสุขภาพ การใช้สมุนไพรทดแทนสารเคมี ลดอันตรายจากการใช้สารเคมีในกลุ่มประชาชน ชุมชน และประเทศชาติต่อไป ซึ่งการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและมุ่งมั่นตลอดมานั้น ทำให้คณะเภสัชศาสตร์มีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินงานตามแนวทางปณิธานของคณะเภสัชศาสตร์ “เภสัชกรรมเชี่ยวชาญ บริการชุมชน เปี่ยมล้นคุณธรรม” และปณิธานอันน่าภาคภูมิใจของ มหาวิทยาลัยพะเยาที่ว่า “ปัญญาเพื่อความเข้มแข็งของชุมชน”




SAN